ร่างพ.ร.บ.ยาสูบใหม่ ป้องกันเยาวชนเข้าถึงบุหรี่

สธ.ระบุร่างพรบ.คุมฯ ยาสูบฉบับใหม่ ช่วยป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนให้ลดน้อยลง ยันไม่กระทบชาวไร่
นพ.สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงร่างพรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ…ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเร็วๆนี้ว่า ข้อกำหนดในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ร้อยละ 80 มีการกำหนดไม่แตกต่างจาก พ.ร.บ.ฉบับเก่า จะมีเพิ่มขึ้นในส่วนการกำหนดอายุให้สามารถซื้อได้จากอาย 18 ปี เป็น 20 ปี และห้ามจำหน่ายบุหรี่แยกมวน ซึ่งในสองข้อนี้จะสามารถแยกเยาวชนออกจากการเข้าสู่วงจรนักสูบหน้าใหม่ได้ ตามสาระสำคัญของการร่างกฎหมายฉบับนี้ ด้วยอายุที่กำหนดให้มากขึ้น และส่วนมากเยาวชนมีกำลังซื้อแค่เป็นมวนๆ ไม่สามารถซื้อทั้งซองได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการปฏิบัติกันมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแค่ยังไม่ระบุไว้ในกฎหมาย ซึ่งต่อไปจะต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังมีการกำหนดให้บริษัทบุหรี่มีการรายงานประจำปี ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทในประเทศไทยดำเนินการอยู่แล้ว แต่บริษัทที่นำเข้าจากต่างประเทศยังไม่ดำเนินการ จากนี้จะมีการกำหนดในกฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึง มีการกำหนดให้ห้ามสูบบุหรี่ในสถานศึกษา สถานพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมามีการมอบอำนาจให้ดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่จะมีการปรับปรุงให้ข้อกำหนดชัดเจนขึ้น และหากฝ่าฝืนจะมีการออกใบสั่งเพื่อปรับคล้ายกับการออกใบสั่งกรณีการฝ่าฝืนการขับขี่รถ และมีคณะกรรมการควบคุมยาสูบเพื่อประสานการทำงานร่วมกันในทุกจังหวัด เหล่านี้เป็นข้อกำหนดใหม่ที่จะมีอยู่ในร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายใหม่ต้องการป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนให้ลดน้อยลง และป้องกันผู้ที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่มือสองให้ลดน้อยลงด้วย
“ในส่วนของชาวไร่ยาสูบที่กังวลว่าจะได้รับผลกระทบ คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน เนื่องจากไม่มีกฎข้อไหนบังคับชาวไร่ยาสูบเลย ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมพูดคุยเพื่อให้ร่างกฎหมายไม่กระทบกับชาวไร่ยาสูบ โดยมีปลัดของทั้ง2กระทรวงเป็นประธานร่วมกัน ซึ่งจากการหารือร่วมกันพบว่า สิ่งที่กระทบไม่ใช่ร่างกฎหมายนี้ แต่เป็นการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศมากกว่า เพราะแม้ว่าจะมีตัวกฎหมายออกมา แต่ที่ผ่านมาสถิติของการสูบบุหรี่ในไทยตั้งแต่อายุ 15 ปี ขึ้นไป พบว่ามีการสูบประมาณร้อยละ 20 มาต่อเนื่องหลายปี จากการดำเนินการที่ผ่านมามีการลดเพียงร้อยละ 1ต่อปี เท่านั้น เป็นการลดไปอย่างช้าๆ จึงไม่ต้องกังวล” นพ.สุเทพ กล่าว