จูลี่ the face กับชีวิตจริงสุดดราม่ายิ่งกว่าละครน้ำเน่า

จูลี่เดินสายประกวดนางงามมาตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นก็เปลี่ยนจากสายนางงามมาเป็นนางแบบชุดแต่งงาน แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นสายแฟชั่น จริงๆ เธอไม่ได้ชอบประกวดเลย ที่ทำเพราะ “เงิน” เพียงอย่างเดียว เธอต้องจ่ายค่าเทอมเอง เพราะเรียนการบิน เทอมละ 40,000 บาท

ทำงานหาเงินเองตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจ ต้องใช้เงินเยอะ และเธอเป็นพี่คนโตของบ้าน ส่วนแม่เรียนจบแค่ ป.4 เป็นแม่บ้านธรรมดา

แม่ของจูลี่ไม่เคยบอกเลยว่า กู้เงินมาให้เรียน สมัยก่อนเธอทำงานพาร์ทไทม์ 8 ชม. ต่อวัน และเรียนไปด้วย จนกระทั่ง แม่ถามว่า “จูลี่ เมื่อไรหนูจะเรียนจบลูก” ซึ่งตอนนั้นเป็นตอนที่ พ่อกับแม่ บอกว่าไม่ไหวแล้ว จึงต้องเอ่ยปากขอกับ จูลี่

จูลี่เคย “คิด” ทำทุกวิถีทาง แม้แต่เด็กเสี่ย ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย แต่เธอก็ “ไม่ได้ทำอย่างนั้น” เคยแม้กระทั่งไม่เหลือเงินสักบาท ต้องไปขอคนไม่รู้จัก เธอทำพาร์ทไทม์ เงินเดือน เดือนละ 5-6 พัน แต่พอไปประกวดนางงามครั้งแรกได้มา 5,000 เธอ ก็ตกใจคิดว่า เออ… เงินเดือนทั้งเดือนของฉันเลยนะ จากนั้นเธอจึงตัดสินใจมาทางสายนี้ตั้งแต่นั้นมา

ด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจมากกับทุกสิ่งที่ทำ ตอนนี้ จูลี่ อยู่ ปี 4 ได้เกรดเฉลี่ย 3.48 เกียรตินิยมอันดับ 2 อยากให้แม่ภูมิใจที่ตัวเองเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้ อยากเป็นแรงผลักดันในชีวิตให้กับทุกคนที่สู้ชีวิต

ตอนนี้ จูลี่ ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่อยู่ ตปท. ทำงานส่งเงินมาให้ แต่ตอนนี้เงินที่จูลี่ใช้อยู่ เป็นเงินของตัวเอง 100% ความฝันของจูลี่ คืออยากซื้อบ้านให้พ่อแม่ ที่หย่ากัน มาอยู่ด้วยกัน เพราะอยากดูแลเขา อยากให้เขาพักได้แล้ว

จจุบัน จูลี่ กำลังศึกษาปริญญาตรี ปี 4 มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย คณะการบิน สาขาบริหารกิจการการบิน และยังเคยเป็นนักร้องขับร้องประสานเสียงของมหาวิทยาลัยด้วย

แม้จะไม่ได้เป็น “เดอะเฟซไทยแลนด์” แต่ “จูลี่” ก็คว้าใจไปแบบเต็มๆ ค่ะ

Leave a Reply