คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

เป็ด เชิ้ญยิ้ม ปลด! จียอน ข้อแม้เยอะ

ป็ด เชิญยิ้ม รับปลด จียอน จากรายการจริง เพราะอีกฝ่ายขอแบ่งคิวไปให้รายการอื่น ทำให้ตนไม่ค่อยพอใจ ยืนยันตนไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ที่รังแกเด็ก แต่อยากจะอบรมสั่งสอนว่าต้องทำตัวอย่างไร หากอีกฝ่ายเข้ามาพูดคุยและขอโทษ และปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ ตนก็พร้อมจะยกโทษและให้ทำงานอีกครั้ง

หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่า นักแสดงสาว จียอน เริ่มดังแล้วมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ทำตัวเรื่องมาก และบอกว่าไม่ได้อยากเป็นตลก จนทำให้ถูกปลดออกจาก 2 รายการตลก งานนี้เมื่อได้เจอ เป็ด เชิญยิ้ม ผู้ผลิตรายการที่จียอนทำอยู่ จึงได้สอบถามเรื่องราวถึงสาเหตุที่ปลดนักแสดงวาวออก ซึ่งเป็ดเผยว่า

เป็ด เชิญยิ้ม เผยถึงเรื่องปลด จียอน ออกจาก 2 รายการว่า เป็นไปตามที่มีข่าวออกมา บอกที่จียอนได้มาร่วมงานกับตนเป็นเพราะทางเอ็กแซ็กท์ไม่ต่อสัญญา ตนเห็นว่าเป็นเด็กน่ารักก็รับไว้ จนกระทั้งมีข่าวกับ พชร์ อานนท์ และ กอล์ฟ เบญจพล มาเข้าหู ตนจึงได้เช็คกับพนักงานจึงทราบว่าจียอนมีปัญหาเรื่องคิว เนื่องจากนักแสดงสาวไม่สามารถให้คิวได้ตามเดิมเพราะต้องแบ่งเวลาให้กับงานอีกที่ ทำให้ตนรู้สึกไม่โอเค จึงได้ทำการตักเตือนนักแสดงสาวด้วยการถอดจากรายการ เพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่และเรียนรู้การทำงานว่าต้องใส่ใจมากกว่านี้ เผยไม่โกรธที่จียอนแบ่งคิวงานให้รายการอื่นแต่น้อยใจ บอกทำไมดังแล้วถึงได้ทำตัวแบบนี้ ยันตนไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก

ส่วนเรื่องที่จียอนบอกไม่อยากเป็นตลก ไม่รู้จริงๆ ว่าพูดหรือไม่ แต่มีหลายคนมาเล่าให้ฟัง รับรู้สึกไม่ดี เพราะคนที่ทำให้เค้ามีวันนี้ก็คือคนที่เป็นตลก หากจียอนพูดอย่างนั้นจริงๆ คงต้องกลับไปทำงานที่เกาหลี เพราะวงการบันเทิงไทยมีตลกคาเฟ่อยู่ทั้งนั้น เผยตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้เจอจียอน รู้แค่ว่าอีกฝ่ายบอกไม่ได้พูด รับไม่พอใจการทำงานของอีกฝ่ายที่มีข้อแม้เยอะมากในการมาทำงานในแต่ละครั้ง

เผยตนได้แจ้งทีมงานไปแล้วว่าถ้าหากจียอนไม่สามารถให้คิวตามวันเดิมที่ให้ได้ก็ให้ถอดออกเลยเพราะทางรายการก็แค่วันเดียวใน 1 สัปดาห์ หากต้องเอาคิวไปทำรายการอื่นอยากให้คิดถึงคุณข้าวแดงแกงร้อนบ้าง เผยตนหวังดีกับนักแสดงสาวถึงได้ถ่ายทอดวิชาให้ อยากให้รู้ว่าตลกที่โด่งดังก็มาจากรายการของตน ยืนยันไม่โกรธและยินดีที่ได้งาน เจอหน้าก็จะคุยและสั่งสอนว่าอย่าทำอย่างนี้อีก เพราะจะอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้ รับเพราะคุยกับพชร์ เลยทราบว่าจียอนมีพฤติกรรมแบบนี้

หากจียอนจะเข้ามาพบ ตนก็ยินดี บอกวันแรกยังเดินเข้ามาหาได้ บอกตนเป็นผู้ใหญ่จึงคิดอยากจะอบรมไม่ได้คิดจะเนรเทศ บอกตนไม่ได้คิดรังแกเด็ก แต่กลับช่วยทุกอย่าง แต่อีกฝ่ายกลับมาขอแบ่งคิวงานไปให้อีกรายการนึงในวันเดียวกันรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ เพราะทางรายการก็จ่ายเงินค่าตัวให้ และให้ความช่วยเหลือแม้กระทั้งเซ็นรับรองเพื่อต่อวีซ่าให้ เผยไม่มีใครดูแลจียอนเท่ากับตนแล้ว ส่วนที่ให้ชมพู่ ก่อนบ่าย มาทำแทนจียอนเพราะถ้าหากเอาคนนอกมาทำน่าจะมีปัญหาเยอะ เลยเอาคนในดีกว่า และให้ทีมงานแจ้งกับจียอนว่สเรื่องคิวที่ขอไม่สามารถให้ได้ ถ้าหากให้เหมือนเดิมไม่ได้ทางตนก็ไม่เอา

รออีกฝ่ายเข้ามาคุย และต้องอบรมกันใหม่ ถ้าหากตกลงกันได้ก็จะให้ทำงานด้วยกันต่อ บอกยินดีคืนงานให้หาเข้ามาคุยมาขอโทษเป็นเรื่องเป็นราว มาบอกว่าต่อไปจะไม่เกเรแล้ว ยืนยันตนไม่เคยรังแกใคร ส่วนเรื่องที่จียอนเครียดจนเข้าโรงพยาบาล บอกตนก็เครียด มือเกร็งไปหมดแล้ว บอกน่าจะรู้ว่าที่เครียดเป็นเพราะใครทำ บอกทุกคนเป็นผู้ใหญ่ไม่คิดรังแกเด็กย้ำดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว บอกถ้าจียอนอยากกลับมาให้มาคุยกับตน ยืนยันไม่เอาชมพู่ออกหากกลับมาจะเสริมทัพกัน ยอมทุมทุน บอกจะดีจะชั่วอีกฝ่ายก็เหมือนลูก บอกหากทำผิดก็ต้องทำโทษ ทุกคนยังพร้อมจะดูแลเหมือนเดิมขอแค่ปรับปรุงตัว บอกจียอนอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่มีข่าวออกมา แต่เป็นเพราะมีคนใส่ร้าย ก็ถือว่าต้องไปสะเดาะเคราะห์ กลับไปไหว้พระที่เกาหลีแล้วค่อยกลับมาไทย

ฟู้ดแลนด์ รับกระแสนิยมเกาหลี ซื้อแฟรนไชส์ ‘Mr.Pizza’

นายอธิพล ตีระสงกรานต์ ผู้ช่วยรองประธาน บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ซื้อแฟรนไชส์พิซซ่าระดับพรีเมียมของเกาหลีที่มีสาขาถึง 400 สาขา

ถือเป็นพิซซ่าเกาหลีรายแรกในไทย ใช้ชื่อแบรนด์ Mr.Pizza และบริหารงานโดยบริษัท มิสเตอร์พิซซ่า (ไทยแลนด์) จำกัด ถือหุ้นโดยเกาหลี 25 % และบริษัทฟู้ดแลนด์ 75% มีทุนจดทะเบียน 35 ล้านบาท เปิดให้บริการสาขาแรกที่เดอะสตรีท รัชดา กลางปี 2559 ที่ผ่านมา งบลงทุน 12-15 ล้านบาท เตรียมเปิดอีก 3 สาขาในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ในห้างกรุงเทพ และต่างจังหวัด ตั้งเป้าขยายสาขา 50 สาขา ภายใน 5 ปี

นายอธิพล กล่าวว่า ร้านนี้จับลูกค้าหลักรายได้ระดับบีขึ้นไป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เนื่องจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านมีมากขึ้น ประกอบกับกระแสเกาหลีเป็นที่นิยมในไทย รวมทั้งลูกค้าต้องการความสะดวกสบาย อาหารที่มีรสชาติอร่อย แปลกใหม่ และคุณภาพดี คาดว่ารายได้ปีนี้100 ล้านบาท และเพิ่มเป็นกว่า 400 ล้านบาท ภายใน 5 ปี”

ทั้งนี้ จุดเด่นที่แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไป คือ เน้นจุดขายแนวคิด 300% คือ 1.นวดแป้งด้วยมือ 100% 2.ท็อปปิ้งมาก จัดหนัก จัดเต็มคำ 100% และ การใช้ตะแกรงอบพิซซ่า 100%

พณ.เปิดตัว’ธงฟ้าประชารัฐ’ขายสินค้าราคาถูกในโชห่วย

ที่กระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการเป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

โครงการ’ธงฟ้าประชารัฐ’ ว่า กระทรวงฯร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่ 5 ราย ได้แก่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อผลิตสินค้าราคาพิเศษเข้าสู่โครงการธงฟ้าประชารัฐและขายให้กับร้านค้าปลีกในระยะเริ่มแรกจำนวน 5,500 แห่ง จะเริ่มดำเนินการภายในเดือนเมษายนนี้

ในแผนผลักดันให้ผู้ผลิตเพิ่มจำนวนสินค้าให้มากขึ้นครอบคลุมต่อความต้องการของผู้บริโภค และขยายจำนวนร้านค้าปลีกเข้าโครงการให้ได้ถึง 20,000 แห่งภายใน 6 เดือนนับจากเดือนเมษายนนี้ โครงการนี้ถือเป็นโครงการธงฟ้าแบบถาวร เพราะจะมีสินค้าราคาถูกจำหน่ายตลอด และเข้าถึงผู้บริโภคทุกพื้นที่ผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีกทั่วประเทศ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการผลิตสินค้าเตรียมจำหน่ายแล้ว 18 กลุ่มสินค้า 48 รายการ อาทิ สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แชมพู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เป็นต้น โดยราคาจำหน่ายถูกกว่าร้านค้าปกติ 15-20%

ขณะนี้มีร้านค้าปลีกตอบรับเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็นร้านค้าปลีกที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 5,000 แห่ง จาก 20,000 แห่ง และร้านค้าในการส่งเสริมของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 500 แห่ง จาก 19,000 แห่ง คาดหวังว่าธงฟ้าประชารัฐจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้เดือนละ 100 ล้านบาท หรือปีละ 1,200 ล้านบาท

ลำดับคดี”พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย-พวก”สร้างบ้านรุกป่าอุทยานทับลาน

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เผยแพร่เอกสารข่าว การดำเนินคดีพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย อายุ 66 ปี อดีตข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง และอดีตรอง ผบ.ตร.กับพวก ดังนี้

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 15.30 น. ภายใต้การบูรณาการของเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันตรวจสอบบ้านพักตากอากาศ เลขที่ 163 หมู่บ้าน สุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังนาเขียว จ.นครราชสีมา ปลูกสร้างอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน มี นางติ๋ม อุทัศน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 242 บ้านนาซับ หมู่11 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ลูกจ้างดูแลและทำความสะอาดบ้านพักดังกล่าว เป็นผู้ร่วมตรวจสอบและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจสอบพื้นที่มีรายละเอียด ดังนี้

1. บ้านพักดังกล่าว ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบติดลำรางสาธารณะ มีรั้วรอบพื้นที่ มีทางเข้าติดกับถนนสาธารณะ ภายในมีสิ่งปลูกสร้างเป็นอาคารที่พักและอาคารอื่นๆ จำนวน 6 หลัง

2. จากการสอบถาม นางติ๋ม ซึ่งรับจ้างทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ได้ความว่า ที่ดินและบ้านพักดังกล่าว เป็นของ พล.ต.อ.จุมพล ได้ก่อสร้างเอาไว้เพื่อพักผ่อน และนาน ๆ จะมาพักครั้งหนึ่ง โดยที่ดินแปลงดังกล่าว พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร และ นางชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช (พรหมมิจิตร) เป็นผู้มอบให้ พล.ต.อ.จุมพล ต่อมา นางติ๋ม ได้นำเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจดูภายในบ้านพักพบภาพถ่ายของ พล.ต.อ.จุมพล และภรรยา ตั้งอยู่ภายในบ้านหลายจุด เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการตรวจยึดไว้แล้ว

3. จากการตรวจวัดพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) จำนวน 6 จุด พบว่าพื้นที่ก่อสร้างดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ13ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา และเมื่อตรวจเปรียบเทียบกับแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ พบว่าบริเวณที่ก่อสร้างบ้านพัก ตั้งอยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติทับลาน”

4.จากการตรวจสอบพื้นที่และการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น พบว่ามีการกระทำความผิดจริง นายเสกสรรค์ เที่ยงพลับ หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 2 (สวนห้อม) ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังนาเขียว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.จุมพล กับพวก ในความผิดฐาน “ร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ทาประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า ครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่า, ยึดถือหรือครอบครองที่ดินรวมตลอดถึงการก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า, ทำด้วยประการใด ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวดหรือทราย, กระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และเข้าไปยึดถือครอบครองรวมตลอดถึงการก่นสร้าง หรือเผาป่า หรือทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ใบบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้าม หรือ ทำสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, 55 ,พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 16 (1),(4) ,พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ

5. คดีนี้เป็นคดีสำคัญ มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชการตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตารวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ร่วมสืบสวนสอบสวนกับ ตำรวจภูธรภาค 3 และมอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุม กำกับดูแล การสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว

6. พนักงานสอบสวน ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิด ประกอบด้วย

1.พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอยรัตนาธิเบศร์ 9 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

2.นางฐนกร มั่นหมาย อายุ 59 ปี ภรรยา พล.ต.อ.จุมพล อยู่บ้านเลขที่ 888 หมู่ 1 แขวง บางระมาด เขต ตลิ่งชัน จ.กรุงเทพฯ

3.พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมวิจิตร อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 311/2 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

4.นางชญานิศฐ์ พิศิษฐวานิช (พรหมมิจิตร) อายุ 51 ปี ภรรยา พล.ต.ต.พงษ์เดช อยู่บ้านเลขที่ 311/2 ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

5.นายมานพ ปลอดโคกสูง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ 11 ต.หนองระเวียง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

จึงได้เสนอขออนุมัติต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา ออกหมายจับ พล.ต.อ.จุมพล และ นางฐนกร ศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ 55/2560 และ 56/2560 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ตามลำดับ ส่วน พล.ต.ต.พงษ์เดช, นางชญานิศฐ์ และ นายมานพ ผู้ต้องหา ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน จึงได้แจ้งข้อเท็จจริงและฐานความผิดให้ผู้ต้องหาดังกล่าวทราบ ได้สอบปากคำผู้ต้องหาเรียบร้อย และได้ปล่อยตัวชั่วคราวไป

ปิดจราจร “สะพานไทย-เบลเยี่ยม” หลังเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพาน

ปิดจราจร “สะพานไทย-เบลเยี่ยม” หลังเหตุเพลิงไหม้ใต้สะพาน ทำรถติดขัดหนัก เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

ช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นจุดเก็บถังขยะพลาสติกของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ต่างแชร์ภาพเปลวไฟที่ส่งควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าสู่พื้นที่และสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว รวมไปถึงมีการปิดการจราจรบนสะพานไทย-เบลเยี่ยมทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าความร้อนอาจสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างของตัวสะพานได้

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีการปิดการจราจรบนสะพาน และทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ชาวเขมรฮือ! ปิดถนนเทปลากลางสะพานอรัญประเทศ-ปอยเปต

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 10.20 น. ได้มีแม่ค้าพ่อค้าปลา ชาวกัมพูชา นำปลาช่อน กว่า 400 กิโลกรัม เทลงกลางสะพานมิตรภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จุดผ่านแดนถาวร ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับ ด่านกรุงปอยเปต อ.โอโจรว จ.บันเตียเมียนเจยประเทศกัมพูชา พร้อมกับนำรถเข็นปลาปิดถนน ไม่ให้รถสินค้าข้ามไปฝั่งกัมพูชาได้ ทำให้รถขนส่งสินค้า จากฝั่งไทยไม่สามารถข้ามไปฝั่งกัมพูชาได้ ส่งผลให้รถขนส่งสินค้าจอดอยู่ฝั่งไทย ตั้งแต่หน้าด่านคลองลึก ยาวไปถึง ตลาดเทศบาล 2 อรัญประเทศ ยาวกว่า 2 กิโลเมตร

โดยสาเหตุที่พ่อค้าแม่ค้าปลาชาวกัมพูชา นำปลามาเทกลางถนน เพื่อประท้วงเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ที่เก็บภาษีปลาแพงกว่าเดิม โดย นาง ออน แม่ค้าปลาชาวกัมพูชา บอกว่า โดยแต่เดิมเจ้าหน้าที่ไทย เก็บภาษีปลาเป็นนำเข้าจากกัมพูชา ที่เป็นรถเข็น เก็บคันละ 300 – 500 บาท แต่ละคันจะมีปลา ตั้งแต่ 100 – 200 กิโลกรัม แต่ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเก็บภาษี ปลาโดยเหมารวม คันละ 1,500 – 2,000 บาท ทำให้แม่ค้าพ่อค้าปลา ไม่มีกำไร จึงเกิดการประท้วงเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย โดยทำการเท ปลากลางสะพานข้ามแดน พร้อมนำรถเข็นปลาขวางทางเต็มสะพาน ไม่ให้รถทุกชนิด ข้ามไปมาได้ ทำให้รถขนส่งสินค้าจากด่านคลองลึก เข้า ฝั่งกัมพูชา ต้องจอดแช่อยู่ตามข้างถนน ยาวกว่า 2 กิโลเมตร

ด้านนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา นายอำเภออรัญประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร อรัญประเทศและเจ้าหน้าที่ทหาร ได้เรียกตัวแทนแม่ค้าปลาชาวกัมพูชามาเจรจา เกี่ยวกับการเก็บภาษีปลาเพิ่มขึ้น ตามจำนวนดังกล่าว แต่แม่ค้าฝ่ายกัมพูชา ยังไม่ตกลงจะขอให้ฝ่ายไทย ลดภาษีลงให้เหลือเท่าเดิม จึงจะยอมเปิดทางให้ แต่ฝ่ายไทยจะไม่ยอมเจรจาเกี่ยวกับการเก็บภาษีนำเข้าปลากับแม่ค้าชาวกัมพูชา จนกว่าจะเปิดเส้นทางให้รถขนส่งสินค้าผ่านเข้าไปในกัมพูชาได้ก่อนจึงจะเจรจา

กระทั่งเวลา เวลา 12.30 น. ฝ่ายไทยได้ยื่นคำขาดเหมือนเดิม คือไม่ยอมเจรจาด้วย ทำให้แม่ค้าชาวกัมพูชา ยอมเปิดทางให้รถขนส่งสินค้าเข้าออกได้ ส่วนรถเข็นปลา ทุกคันที่บรรทุกปลาเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ให้นำเข้ามาฝั่งไทยก่อน พร้อมบันทึกรายละเอียดชื่อผู้นำเข้าพร้อมรถเข็นบรรทุกปลาด้วย ทำให้เหตุการณ์คลี่คลายลงได้

มาสด้า CX-3 ‘ไมเนอร์เชนจ์’จ่อไทย

เปิดตัวที่มาเลเซียก่อนประเทศไทย สำหรับมาสด้า CX-3 2017 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ รูปร่างหน้าตายังคงเหมือนเดิม ตั้งแต่กระจังหน้า แบบซิกเนเจอร์ วิง (Signature Wing) พร้อมกรอบโครเมียม ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์แบบ LED พร้อมไฟแอลอีดี เดย์ไทม์ ไฟตัดหมอกหน้า ดีไซน์แนวตั้งและไฟท้ายทรงสปอร์ต พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีรมดำพร้อมยางขนาด 215/50R18

การออกแบบภายใน ยังคงใช้แผงคอนโซลหน้าชุดเดิม เพิ่มเติมด้วยชุดพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นใหม่ ดีไซน์เดียวกับ มาสด้า 3 เฟซลิฟท์ พร้อมจอแสดงความเร็วเหนือพวงมาลัย แอคทีฟ ไดรฟ์วิ่ง ดิสเพลย์ ฟูล คัลเลอร์ (Active Driving Display Full Colour) ใหม่ พร้อมระบบเอ็มแซดดี คอนเนคต์ (MZD Connect) เชื่อมโลกออนไลน์ รวมถึงเบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังปรับพับได้แบบ 60/40

เวอร์ชั่นของมาเลเซียใช้เครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี 2.0 ลิตร 156 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาทีนิวตันเมตร 204 นิวตันเมตรที่ 2,800 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ แอคทีฟ-ไดรฟ์ 6 สปีด และแพดเดิล ชิฟท์ พร้อมระบบไดรฟ์ ซีเลคชั่น กรณีต้องการเร่งแซงสามารถเลือกโหมดขับขี่แบบสปอร์ต รวมถึงระบบไอ สต๊อป (idling stop system) ระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราวเมื่อรถจอดหยุดนิ่ง

ระบบความปลอดภัยมีทั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด ระบบดิกส์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบ ABS EBD ระบบควบคุมการทรงตัว DSC ระบบควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบช่วยออกตัวทางชัน HLA กล้องมองหลัง

ที่สำคัญมีเทคโนโลยีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ จี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล (G-Vectoring Control – GVC) ช่วยให้ควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์ เพื่อความแม่นยำในการถ่ายทอดกำลังลงล้อ ส่งผลให้การขับขี่ทางโค้งราบรื่น เป็นออปชั่นมาตรฐาน

ในมาเลเซียจำหน่ายราคาคันละ 138,373 ริงกิตมาเลเซียหรือเกือบ 1,090,000 บาท สำหรับเมืองไทยเร็วๆ นี้ ได้พบแน่

วอน!! หาคนทำผิดขับรถชนหลานสาว โอลิเวอร์ บีเวอร์ เสียชีวิต

ต้องแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักแสดงและผู้จัดละครอย่าง โอลิเวอร์ บีเวอร์ ที่ต้องสูญเสียหลานสาวไปอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน

โดยล่าสุดเพจคนข่าวบางปะกง ได้โพสต์ภาพและแจ้งเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี คนเจ็บเป็นหญิงอาการสาหัสทราบชื่อ น.ส.อรณี เพ๊งทรัพย์ อายุ 23 ปี แต่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล วอนขอความร่วมมือผู้ที่มีกล้องหน้ารถหรือจำเลขทะเบียนรถที่เฉี่ยวชนได้ช่วยแจ้งให้ทราบและช่วยกันแชร์ข้อมูลต่อๆ กันไปเผื่อหาตัวคนทำผิดมารับผิดชอบ ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเป็นหลานสาวของ โอลิเวอร์ บีเวอร์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ มาร์ค น้องชายแท้ๆ ของ โอลิเวอร์

  ทีมข่าว gossipstar.mthai.com ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว โอลิเวอร์ บีเว่อร์ และขอให้ทราบตัวผู้กระทำผิดเร็วๆ มา ณ โอกาสนี้!!

ขอบคุณภาพจาก IG oliverbever, เพจคนข่าวบางปะกง
ที่มา : Gossip Star

หมาก พูดเอง คิม นางชอบ! ไม่หวงเอะอะถอดอวดหุ่น

ก็เพราะอากาศมันร้อน พระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ ก็เลยเอะอะถอดเสื้อโชว์กล้ามอยู่บ่อยๆ ยิ่งหมู่นี้ขยันเข้าฟิตเนสออกกำลังกายจนหล่อล่ำกล้ามโตซิกแพคงามก็เลยยิ่งแชะภาพอวดหุ่นแซบลงอินสตาแกรมส่วนตัวเอาใจเก้งกวางบ่างชะนีทั้งหลาย

งานนี้ไม่ต้องกลัวหวานใจอย่าง คิมเบอร์ลี่ จะขุ่นเคืองหรือหึงหวง เพราะ หนุ่มหมาก เอ่ยปากเองเลยว่า นางชอบให้โชว์ แถมยังเป็นตากล้องถ่ายรูปให้ซะด้วย ในเมื่อออกกำลังกายมาแล้วมั่นใจในหุ่นตัวเองมากขึ้น มีของดีก็ต้องโชว์เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนซัมเมอร์จะมีถ่ายแบบคู่กันหรือไม่ ขอให้แฟนๆ รอลุ้นกันอีกที

“ช่วงนี้ขยันออกกำลังกาย ถ่ายรากนคราเสร็จแล้วมีเวลาเยอะ ส่วนใหญ่จะออกกำลังกายก็เลยได้โชว์หุ่นบ่อย หน้าร้อนเนอะ เอะอะถอดเสื้อ ไม่ได้ขายของ ก็เวลาอยู่ยิมมันร้อนจริงๆ ก็เลยต้องถอด ผมก็หวังจะมีหนังสือหรือว่างานติดต่อมานะ ตอนนี้ก็มีติดต่อมาเหมือนกัน จะถ่ายเร็วๆ นี้ ด้วยกระแสละครก็คงมีหนังสือติดต่อมาให้เราไปถ่ายบ้าง เดี๋ยวไปถ่ายที่ทะเลครับ คงไม่ถึงกับชุดว่ายน้ำ เอาให้แบบสวยงามก็พอ ก็น่าจะมีการถอดเสื้อ ที่ฟิตหุ่นจริงๆ ว่างครับ รอแค่ถ่ายเรื่องคมแฝก จันทร์-พุธ และก็เตรียมบวช”

“โพสต์ในไอจีบ่อยๆ คิมหวงมั้ยเหรอ นางชอบ นางก็บอกช่วงนี้ฟิตเนสบ่อยนะ แค่นี้ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็ไม่ได้แซวอะไรเรื่องเราถอดเสื้อ เขานั่นแหละเป็นคนถ่ายรูปให้ จะมีถ่ายแบบคู่กันมั้ยก็เอาไว้เซอร์ไพรส์ดีกว่า รอชมแล้วกัน จะเป็นโฟโต้บุ๊กหรือเปล่าขออุบไว้ก่อน ตอนนี้เฟิร์มที่สุดเท่าที่เคยออกกำลังกายมา อย่างที่บอกด้วยเรื่องคมแฝกเป็นละครบู๊ เราก็อยากให้ออกมาดีทั้งหมดเป็นภาพลักษณ์ของละครด้วยครับ มั่นใจในหุ่นตัวเองมากขึ้น มีอะไรดีก็ต้องโชว์หน่อย ตอนนี้ขอถอดข้างล่างก่อนได้ไหม ใส่ขายาวเชียวร้อนมาก”

“ตอนนี้รอละครคมแฝกปิด ก็น่าจะปิดปลายปี ก็เคลียร์คิวเรียบร้อยสำหรับการบวช บอกทางผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้วด้วย พอบวชเสร็จก็กลับมาลงละครเหมือนเดิม รอผมยาว รอคิ้วขึ้นก่อนครับ ก็คงจะไปบวชที่บ้าน คือบวชที่กรุงเทพฯ แล้วไปอยู่ที่ภาคเหนือ วางแพลนไว้น่าจะสัก 2 สัปดาห์ ฤกษ์น่าจะเป็นช่วงปลายปีเดือนตุลาคม ตอนนี้รอละครปิด เราอยากจะบวชปีนี้แหละ คิมจะถือหมอนมั้ยเหรอ ยังครับ ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรกันเลย เรื่องเบียดก็ยังครับ (หัวเราะ)” หมาก กล่าว

ต้นหอม ให้กำลังใจ แพท เชื่อเข้มแข็ง พร้อมเป็นแม่ที่ดี

สาวต้นหอม – ศกุลตลา เทียนไพโรจน์ ให้กำลังใจ แพท เชื่อเข้มแข็ง พร้อมเป็นแม่ที่ดี

เป็นเพื่อนที่คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกันตลอด สำหรับสาวต้นหอม – ศกุลตลา เทียนไพโรจน์ ที่ล่าสุดพอมีโอกาสก็ได้ไปเยี่ยมน้องเรซซิ่ง ลูกชาย สาวแพท – ณปภา พร้อมกับเผยว่าก่อนหน้านี้ได้มีการให้กำลับใจแพท หลังจากที่ต้องเจอกับมีสุมชีวิตแต่ก็เชื่อว่าแพทเข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นแม่ที่ดีของลูกได้แน่นอน งานเปิดแคมเปญ “Summer Aquaful Life 2017” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“ก็ตั้งแต่หลานคลอด หอมก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลย และวันนั้นมีโอกาสได้ไปเพราะเพิ่งรู้ว่าเขาย้ายกลับมาอยู่แถวบ้านหอม ที่อินทามระ เขามาอยู่ตรงนั้น หอมก็ไปเยี่ยมหลาน”

สภาพจิตใจแพทเป็นอย่างไรบ้าง?

“แพทเป็นคนที่ไม่แสดงออกให้เพื่อนๆ ได้เห็นอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เจอเขาจะแข็งแรงตลอด ค่อนข้างเป็นคนที่เข้มแข็งตลอด”

เราห่วงแพทไหมกับข่าวที่เกิดขึ้นค่อนข้างแรง?

“แพทจะเป็นคนแมนๆ เวลาที่คุยกับเขา อย่างถามเขาว่าไหวไหม ยังโอเคอยู่ไหม เราจะอยู่ในส่วนของการให้กำลังใจมากกว่า แต่หอมจะไม่ไปถามซอกแซกว่าเรื่องข่าวมันเกิดอะไรขึ้น หอมว่าปัญหาตรงนี้แพทตอบคนมาเยอะแล้ว หอมจะถามว่าโอเคป่ะ แพทก็จะตอบกลับมาว่าโอเค ไม่ตายหรอก เราก็รู้แล้วว่าอยู่ได้ เพราะอย่างที่ได้เจอเขา เขาก็ปกตินะคะ เราก็คุยเล่นกันอย่างปกติ เรื่องเครียดๆ เราก็จะไม่พูดถึงกัน คือวันนี้มาเยี่ยมกัน มาเอากำลังใจให้กันมากกว่า”

เราให้กำลังใจเขายังไง?

“ไม่ได้ให้เยอะคะ เพราะสภาพหอมตอนนั้นดูแย่กว่าเขาเยอะ เราเป็นแมนๆ เหมือนกับแพท เวลาเจอเพื่อนเราก็ไม่อยากแสดงอะไรให้เพื่อนเห็น เก็บเอาความอ่อนแอไปคิดที่บ้านดีกว่า คือจะฟูมฟายมันก็ไม่ได้แก้ปัญหา เพราะมันต้องใช้สติมากกว่า อีกอย่างเราสองคนเป็นสตรองเหมือนกัน แพทเขาเป็นคนที่รักลูกมาก เขาไม่ได้เอาเรื่องข่าวมาเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกเลย เป็นแม่ที่ดีเลย หอมเห็นมันนั่งอุ้มตลอดทั้งวัน หอมยังไม่คิดเลยว่าคนอย่างมันจะทำแบบนี้ได้ มันเป็นการเลี้ยงลูกในสไตล์แพทนะ คือจะเล่นตลกกับแม่ เหมือนที่เขาดูแลแม่ เลี้ยงลูกแบบดูดีมีความรู้เลยล่ะ และก็จะมีหลานเขามาช่วยเลี้ยงด้วย”

ตอนเราไปเยี่ยมได้เจอสามีเขาไหม?

“เบนซ์เขากลับมาพอดี ก็ได้เจอกัน เบนซ์เขาก็ไม่ได้เครียดอะไร ดูเป็นครอบครัวปกติทั่วไป คุยกันเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น”