คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

“โอ๊ค” ถาม “ต้องการอะไรจากครอบครัวผม?”

“โอ๊ค” โผล่แล้ว เฟซบุ๊คโต้รัฐเรียกเก็บภาษีหุ้นชินฯ ระบุเรื่องจบไปตั้ง 8 ปีที่แล้ว ชี้ศาลตัดสินแล้ว ถาม “รัฐบาลยังต้องการอะไรจากครอบครัวผมอีก”

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Oak Panthongtae Shinawatra ถึงกรณีการที่รัฐบาลจะเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์เปอเรชั่น ว่า เรื่องการซื้อ-ขายหุ้นชินฯ สืบเนื่องมาจนถึงการจะเรียกเก็บภาษีฯ หากจะมองว่าเป็นการกระทำผิด การจะพิจารณาดำเนินการ “เอาผิด” สามารถกระทำได้ใน 2 กรณี ทางใดทางหนึ่งเท่านั้น ตามนี้ครับ

กรณีที่ 1 ถ้าการที่คุณพ่อขายหุ้นให้กับผมเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ศาลพิจารณาว่าเป็นการซื้อ-ขายจริง เท่ากับว่าหุ้นนั้นตกเป็นของผมแล้ว ผมซื้อมาที่ราคาต่ำ ขายไปราคาสูงกว่า เมื่อผมมีกำไรจากการขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ หากจะฟ้องร้องเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นในครั้งนั้น ก็น่าจะพอรับฟังได้ เพราะศาลได้ชี้ว่ามีการซื้อ-ขายกันจริงครับ

แต่หากการพิจารณาออกมาในแนวทางนี้ ก็จะถือว่าหุ้นดังกล่าวเป็นของผม ไม่ใช่ของพ่อ กรณีดังกล่าวก็จะยึดทรัพย์คุณพ่อผม 46,000 ล้านไม่ได้

นั่นคือกรณีที่ 1 ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณพ่อผมไปเรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ 2 กรณีนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ที่ศาลพิจารณาว่าคุณพ่อไม่ได้ขายหุ้นนั้นให้กับผม และตีความว่าหุ้นดังกล่าวนั้น ยังคงเป็นของคุณพ่อผมอยู่ ศาลจึงได้ตัดสินให้ยึดเงินจำนวน 46,000 ล้านไป

ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ในแนวทางการวินิจฉัยนั้น สรุปว่ามิได้มีการซื้อขาย ที่เป็นมูลเหตุให้ต้องเสียภาษีเลย ทรัพย์สินก็ถูกยึดไป ตามจำนวนที่ศาลได้พิจารณาว่าเหมาะสมในการ “เอาผิด” แล้ว

เรื่องนี้มันจบไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ได้มีคำตัดสินไปในแนวทางที่ไม่มีการซื้อ-ขาย ไม่มีการเรียกภาษีกันแล้ว และมีการ “เอาผิด” ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการยึดทรัพย์ ไปเป็นจำนวนมหาศาลถึง 46,000 ล้านบาท

อยู่ๆ มาวันนี้ รัฐบาลยังต้องการเอาอะไรจากครอบครัวผมอีก..??

ตกลงความหมายของคำว่าปรองดอง ในมุมมองของรัฐบาลนี้ คือการทำลายล้างฝ่ายที่ถูกตัวเองยึดอำนาจมาให้สิ้นซาก กระทืบกันให้จมดิน เพื่อจะได้เหลือแต่พวกเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

หรือการปรองดองหมายถึง การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขกันแน่ครับ..?

ตกลงความหมายของคำว่าปรองดอง ในมุมมองของรัฐบาลนี้ คือการทำลายล้างฝ่ายที่ถูกตัวเองยึดอำนาจมาให้สิ้นซาก กระทืบกันให้จมดิน เพื่อจะได้เหลือแต่พวกเดียวกัน จะได้ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

หรือการปรองดองหมายถึง การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขกันแน่ครับ..??

ปีใหม่ เตรียมคัมแบ็ก ทวงบัลลังก์เซ็กซี่

ปีใหม่ สุมนรัตน์ ระเบิดไขมันจากสาวอวบกลับมาเป็นสาวไซส์เอสอีกครั้ง เหตุเพราะคิดถึงงานในวงการบันเทิง ล่าสุดเรียกน้ำย่อย ถ่ายเซ็กซี่เบาๆ ให้หนุ่มแท้ หนุ่มเทียมได้ดูกันเพลินๆ ตา

หลังจากปล่อยเนื้อปล่อยตัว ตามใจปากเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ระเบิด Size กลายร่างเป็นสาวอวบ แก้มกลมดิ๊ก ไม่เหลือเค้านางร้ายสุดเซ็กซี่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ปีใหม่ สุมนรัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ ก็ทนคิดถึงงานในวงการบันเทิงไม่ไหว ลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองใหม่ ออกกำลังกายจนลดน้ำหนักไปกว่า 9 กิโล พร้อมโชว์รูปร่างใหม่ไฉไล & เฮล์ทตี้กว่าเดิม และล่าสุดสาวปีใหม่ได้ถ่ายแฟชั่นเซตล่าสุดของ Banana IT เรียกน้ำย่อย ก่อนกลับมาทวงบังลังก์สาวเซ็กซี่แบบเต็มสตรีม

“ก่อนหน้านี้ ใหม่เป็นคนที่ Enjoy Eating มากค่ะ ทำงานเหนื่อยๆ มาก็ต้องหาของอร่อยๆ ทานละ ให้รางวัลตัวเอง เรียกว่าตามใจปากมาก เลยขยาย Size ตัวเองไปเรื่อยๆ จากที่เคยใส่กางเกงไซส์ S ก็ค่อยๆ ขยับมาเป็น M และ L (หัวเราะ) จนผ่านไปปีกว่า เริ่มรู้สึกว่าไม่โอเค สุขภาพไม่ดี หน้าตาก็ไม่สดใส ทำอะไรก็เหนื่อยง่าย ใส่เสื้อผ้าก็ไม่สวย ไม่มีความมั่นใจเหมือนแต่ก่อน กว่าจะรู้ตัวงานก็หดหายไปเยอะ เพราะความชะล่าใจ ปล่อยตัวให้อ้วนและโทรมนี่ล่ะ ตอนนั้นก็เลยตื่นค่ะ!! ไม่ได้แล้วปีใหม่ เธอต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้ว (หัวเราะ) ใหม่ใช้เวลา 4 เดือน ออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร แต่ไม่อดนะคะ ใหม่กินเยอะมาก ชอบกินนักใช่มั้ย กินไปเลย 5 มื้อต่อวัน แต่เป็นอาหารคลีนนะคะ เช่น ผัก ผลไม้ อกไก่ ทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทอด ไม่มัน พยายามงดของหวาน คือทำน้ำหนักให้ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยไปออกกำลังกายเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ

4 เดือนผ่านไป น้ำหนักจาก 56.5 กิโลกรัม ลดลงมาเหลือ 47.1 กิโลกรัม คุ้มค่ามาก ตัวเล็ก แต่ไม่ดูบอบบาง มีกล้ามนิดๆ ซิกแพคลางๆ ดูเป็นสาวสุขภาพดี เรียกความมั่นใจในตัวเองกลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไปนาน (หัวเราะ) แฮปปี้มากค่ะ จังหวะเดียวกับ Banana IT ติดต่อมาให้ถ่ายแบบพอดี ก็เลยตอบตกลงค่ะ แฟชั่นเซตนี้ออกแนวเซ็กซี่เล็กๆ เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยก่อนเนอะ (ยิ้ม) ส่วนงานแสดง ก็มีละครติดต่อมาเรื่อยๆ ค่ะ กำลังคุยๆ อยู่ ไว้บทลงตัวเมื่อไหร่ ปีใหม่บอกแน่นอน เอาเป็นว่าปีใหม่กลับมาแล้วนะคะ พร้อมลุยงานเต็มที่ ยังไงก็ฝากแฟนๆ ติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ”

หรือว่า “ทอม” ไม่ใช่หน้ากากทุเรียน

“ทอม” อาจไม่ใช่หน้ากากทุเรียน หลังเพจ Room 39 เผยมีงานชนกับวันชิงแชมป์

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาคนทั้งประเทศได้รู้แล้วว่า หน้ากากทุเรียน แชมป์กรุ๊ปเอ จะต้องปะทะกับ หน้ากากอีกาดำ แชมป์กรุ๊ปบี ในรายการ The Mask Singer Thailand ในรอบ Champ of the Champ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดในวัน พฤหัสที่ 23 มี.ค. เวลา 2 ทุ่มตรง ซึ่งเสน่ห์ของรายการนี้นอกจากจะได้ฟังเสียงอันทรงพลังของนักร้องแต่ละคนแล้ว ยังต้องลุ้นด้วยว่า ภายใต้หน้ากากนั้นตัวจริงคือใคร ยิ่งเข้ารอบลึกๆ การคาดเดาก็ยิ่งเข้มข้น โดยขณะนี้เหลือเพียงสองคนเท่านั้น สำหรับหน้ากาอีกาดำ บนโลกออนไลน์ก็ต่างพากันเดาเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่าเป็น “เอ๊ะ” จิรากร สมพิทักษ์ นักร้องหนุ่มเสียงทรงพลัง ประกอบกับผลงานของหน้ากากอีกาดำที่ฝากไว้ในเทปที่ผ่านๆมาจึงทำให้หลายคนกล้าที่จะฟันธงเช่นนั้น

ส่วนฝั่งหน้ากากทุเรียนนั้นก็มีเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ใช่ย่อย ด้วยเสียงอันนุ่มลึกที่เมื่อหลับตาฟังแล้ว ใครหลายๆคนก็นึกถึง “ทอม” อิศรา กิจนิตย์ชีว์ จากวง Room 39 แน่ๆ แต่ก็อาจเกิดปรากฏการณ์ปากกาเซียนหักก็ได้ เมื่อเพจทางการของวง Room 39 ได้โพสตารางงานประจำเดือน มี.ค. ซึ่งระบุว่าวันที่ 23 มี.ค. มีงานเล่นกลางคืนที่ร้าน Czech เอกมัย กลายเป็นว่าสร้างความไม่มั่นใจให้กับใครหลายคนที่กล้าฟันธงก่อนหน้านี้เหมือนกัน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นต่อมนักสืบของใครหลายคนไปในตัวด้วย โดยมีบางคนได้ไปสอบถามที่ร้านว่า Room 39 เล่นเต็มวงไหม โดยคำตอบที่ได้จากทางร้านคือ เล่นเต็มวง ตอนเวลาเที่ยงคืน ซึ่งตัวทอมเองก็มาด้วย หรือบางคนก็คำนวณระยะเวลาการเดินทางจาสตูดิโอถ่ายทอดสด ถึงร้านว่าเป็นไปได้ที่จะใช้เวลาเพียง 30 นาทีในการเดินทาง ซึ่งก็ถือกลายเป็นประเด็นเผ็ดร้อนในทันที ว่าท้ายที่สุดแล้วปากกาเซียนจะหักจริงหรือไม่

ดังนั้นในพฤหัสหน้า (23 มี.ค.) ที่จะถึงนี้ เราคงจะได้รู้แล้วว่าปากกาเซียนจะหักหรือไม่ หน้ากากทุเรียนคือ ทอม ใช่หรือเปล่า และยังต้องลุ้นอีกว่า ใครกันที่จะเป็นแชมป์รายการนี้ อีกไม่นานเกินรอ คนทั้งประเทศจะได้รู้กัน

คอหวยร่วมวงวิเคราะห์ หลังพบตะพาบน้ำสีทอง 3 ขา ที่จันทบุรี

คนจันท์ท่าจะรวยกันใหญ่ ตะพาบน้ำสีทอง 3 ขาโผล่ หลังจากเขอลูกแมว 8 ขาเพียงวันเดียว พนักงานกวาดถนนเทศบาล ไปหาปูกลับได้ตะพาบสีทองอร่ามมาแทน เผย มีคนขี่จยย.ป้ายแดงมาแลกถึงบ้าน แต่ไม่เอา ขอเลี้ยงไว้เอง เชื่อนำโชคดีมาให้

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 14 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้ไปพิสูจน์ ที่บ้านท่าเรือ ถ.ท่าเรือ ม.9 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี หลังมีชาวบ้านพูดถึงพนักงานจ้าง สังกัดเทศบาลตำบลหนองบัว คนหนึ่ง ไปวางลอบดักปู แต่กลับได้ตะพาบน้ำสีทอง 3 ขา มาแทน

พบกับนายวิรา ผ่องศรี อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/3 ม.9 ต.หนองบัว เป็นพนักงานจ้าง สังกัดกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหนองบัว ตำแหน่งพนักงานกวาดถนน เจ้าของตะพาบสีทอง ซึ่งทันทีที่ผู้สื่อข่าวไปถึง เพื่อนบ้านที่ทราบข่าวทุกรุ่นทุกวัยต่างพากันเดินทางมาดูตะพาบน้ำสีทอง พร้อมกับแลกเปลี่ยนทัศนะ วิเคราะห์ตัวเลขยืนออกันเต็มหน้าบ้าน โดยนายวิรา ได้นำตะพาบใส่ในอ่างพาสติกขนาดใหญ่ เป็นตะพาบเพศเมีย อายุประมาณ 5 เดือน ความยาวประมาณ 1 ฟุต กระดองกว้างประมาณ 20 ซม. ตลอดทั้งลำตัว ทั้งหัวและหาง มีสีเหลืองทอง แต่ที่ส่วนขาของตะพาบตัวดังกล่าว พบมีแค่ 3 ขา โดยขาหลังด้านขวา หายไป มีเพียงหนังยื่นออกมาแทน

นายวิรา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนเองได้ออกไปวางลอบดักปู ที่บริเวณฝายน้ำล้นเนินโพธิ์ แต่เมื่อไปเก็บลอบ กลับพบว่า มีตะพาบน้ำสีทองประหลาดติดมา ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องจากไม่เคยพบเห็นตะพาบน้ำในละแวกนี้มาก่อน จึงได้นำกลับมาอนุบาลพักฟื้นไว้ที่บ้าน ตั้งแต่นั้นมา ตนจะมีรายได้ทุกครั้งที่ออกไปวางลอบ โดยจะได้ปูทะเลขนาดใหญ่ ติดลอบกลับมาทุกวัน มีรายได้จากขายปู เฉลี่ยวันละ 700-1,000 บาท

“หลังจากมีคนทราบเรื่องการพบตะพาบน้ำสีทอง ได้มีคนมาขอซื้อในราคา 5,000 บาท แต่ไม่ขาย จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวานนี้ มีคนใจถึงขี่รถ จยย.ฮอนด้า คลิก 125 i ป้ายแดง มูลค่ากว่า 50,000 บาท มาขอแลกกับตะพาบน้ำสีทอง แต่ก็ไม่ยอมแลกด้วย เพราะตะพาบน้ำสีทอง ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก เชื่อว่าคนมีบุญบารมีเท่านั้น ที่จะได้ครอบครอง จึงอยากเลี้ยงไว้เอง”

ขณะเดียวกัน บรรดาคอหวยที่ทราบข่าว ต่างพากันเดินทางมาชมตะพาบน้ำสีทองประหลาดกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากใกล้จะถึงวันหวยออก โดยส่วนใหญ่ ตีออกมาเป็นเลข 30, 35, 53, 135 ขณะที่นายวิรา เจ้าของตะพาบ บอกว่าจะลองเสี่ยงโชคในงวดนี้เช่นกัน และมีเลขเด็ดตะพาบสีทองอยู่ในใจแล้ว

วอลโว่ เอส 90

ที่ผ่านมา วอลโว่ มีสินค้าหลายๆ ตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใส่เข้ามา ซึ่งโดดเด่นมากก็คือ รถเอสยูวี “เอ็กซ์ซี-90”

และมาตอกย้ำอีกทีกับรถยนต์นั่งรุ่นล่าสุด “เอส 90” ที่เปิดตัวช่วงปลายปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าว่าจะเป็นรถที่ให้ได้ทั้งชื่อเสียงและยอดขาย

ออปชั่นแน่น เครื่องแรง ช่วงล่างนิ่ง

วอลโว่ นำ เอส 90 เข้ามารถจากสวีเดนจำหน่ายรุ่นเดียวเป็นรุ่นท็อป แต่ก็ทำราคาได้ดีทีเดียว 3.99 ล้านบาท ส่วนในอนาคตมีแผนนำเข้าจากมาเลเซีย ซึ่งน่าสนใจว่าจะทำราคาได้ดีมากน้อยแค่ไหน

เอส 90 มีขนาดตัวถัง (ยาวxกว้างxสูง) 4,963×1,879×1433 มม. ซึ่งวอลโว่ยืนยันว่าใหญ่ที่สุดในตลาดดี-เซ็กเมนต์ เวลานี้ และสร้างจากแพลทฟอร์มที่มีชื่อย่อว่า SPA ซึ่งมีจุดเด่นคือการกำหนดระยะที่แน่นอนของช่วงกลางล้อหน้าถึงตำแหน่งพวงมาลัย การยืดล้อออกไปด้านนอกให้มากที่สุด บวกกับการใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด ทำให้มีโอเวอร์แฮงก์ที่สั้น ช่วยทั้งเรื่องของการขับขี่และทำให้วิศวกรผู้ออกแบบภายในมีอิสระกับห้องโดยสารที่กว้างขวางได้

ช่วงล่างหลังของเอส 90 เป็นแบบอินทริกัลลิงค์ ไม่มีคอยล์สปริงมาเกะกะ ยิ่งทำให้พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระกว้างทีเดียว และเบาะหลังที่พับได้แบบ 60/40 ทำให้สามารถขนสัมภาระขนาดใหญ่ได้สบายๆ และเพิ่มความสะดวกด้วยการควบคุมการเปิด-ปิดฝาท้ายด้วยไฟฟ้า จะกดที่รีโมท หรือปุ่มคอนโซลหน้ารถ หรือผ่านเซ็นเซอร์ โดยการแหย่เท้าเข้าใต้รถ และพิเศษกว่าที่คู่แข่งมีตอนนี้คือ ปิดได้ด้วยท่าเดิมคือ เอาเท้าแหย่เข้าไป หรือถ้าอยากใช้มือบ้างก็กดปุ่มที่ฝาท้ายได้

เอส 90 ยังเพิ่มความปลอดภัยของทรัพย์สินด้วยระบบล็อกฝาท้าย แบบเข้ารหัสที่หน้าจอมอนิเตอร์ ใครมีกุญแจก็เปิดไม่ได้ เป็นอีกลูกเล่นหนึ่ง

ห้องโดยสารกว้างขวางจริงครับ เบาะนุ่ม นั่งสบาย ออกแบบดูหรูแบบเรียบร้อย และพยายามลดปุ่มไม่ให้เกะกะสายตา การควบคุมระบบต่างๆ ส่วนใหญ่สั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว วางแนวตั้ง ไม่แน่ใจว่าเพื่อความคุ้นเคยกับผู้คนที่นิยมใช้แท็บเล็ตกันอยู่แล้วหรือเปล่า

ปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์เลือกที่จะวางไว้บริเวณคอนโซลเกียร์ ใกล้กับปุ่มเลือกโหมดขับขี่ (อีโค, ไดนามิค, อินดิวิดวล) และเบรกมือไฟฟ้า วอลโว่บอกว่าเพื่อความสะดวก ไม่ใช่สตาร์ทที่คอนโซล แต่พอจะใช้เกียร์ เลือกระบบขับเคลื่อน เบรกมือกลับอยู่อีกที่หนึ่ง

เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล ทวินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที ซึ่งกำลังเครื่องยนต์รองรับการใช้งานได้สบายๆ อัตราเร่งรวดเร็วทันใจ การไล่ความเร็วทำได้อย่างต่อเนื่อง ลองกดขึ้นไปสัก 180 ใช้เวลาไม่นาน ทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมเกียร์โทรนิค เลือกเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองที่คันเกียร์โดยตรง ไม่มีแพดเดิลชิฟท์

ที่ความเร็วสูง การทรงตัวดี เสียงรบกวนภายนอกไม่มาก ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบทีเดียว และหากชื่นชอบเสียงเพลง เครื่องเสียง Bowers & Wilkins กับลำโพง 19 ดอก ให้เสียงมีมิติดีทีเดียว

ช่วงล่างเกาะถนนดีทั้งทางตรง หรือว่าเส้นทางโค้ง ที่ความเร็วสูง พวงมาลัยมีน้ำหนักพอควร ผมชอบ

และที่เด่นอีกอย่างหนึ่งคืออัตราสิ้นเปลือง การขับแบบอัดๆ เกือบตลอดทาง ไปกลับกรุงเทพฯ-ปากช่อง อยู่ที่เกือบๆ 14 กม.ต่อลิตร ถ้าขับแบบเดินทางทั่วไป เชื่อว่าจะได้ตัวเลขดีกว่านี้มากมายครับ

เอส 90 มีจุดเด่อนอีกสิ่งคือ ระบบเพื่อความปลอดภัยมาหลายอย่างได้รับการติดตั้งเข้ามา ซึ่งบางเรื่องก็เป็นหน้าที่ที่ผู้ขับจะต้องเรียนรู้และใช้งานให้ถูกต้อง เช่น ระบบรักษาช่องทาง (Run-Off Road Mitigation) ทำงานที่ย่านความเร็ว 65-140 กม.ต่อชม. หากว่ารถไปเหยียบเส้น ระบบจะแก้ด้วยการดึงพวงมาลัยกลับ เพื่อรักษาให้รถอยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นแบ่งจราจรซ้ายขวามากที่สุด และเป็นการดึงที่ผมเห็นว่าแรงที่สุดเท่าที่เคยขับรถที่มีระบบนี้มาหลายรุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าใครตั้งใจที่จะเปลี่ยนเลนเพื่อแซง จะรู้สึกได้ว่าต้องแข่งกับแรงดึงกลับนี้ค่อนข้างชัดเจน

ทางแก้ง่ายนิดเดียวก็คือ ยกไฟเลี้ยวบอกเข้าก่อนว่าจะเปลี่ยนเลน หรือไม่อย่างนั้นก็ยกเลิกการทำงานไปเลย

เอส 90 ยังมีซิตี้ เซฟตี้ ป้องกันการชนคนเดินถนน รถจักรยานหรือรถยนต์ มีอะแดพทีฟ ครูสคอนโทรล รักษาระยะห่างจากคันหน้า และ pilot assist 2 หรือระบบช่วยขับกึ่งอัตโนมัติ ที่พัฒนาขั้นมาจากรุ่น 1 ที่ติดตั้งในเอ็กซ์ซี 90 ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่น ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม.ต่อชม. และต้องมีรถอยู่ด้านหน้า

แต่ pilot assist 2 ขับอยู่คันเดียวก็ได้ ขอแค่เส้นถนนชัดเจน และที่สำคัญคือทำงานได้ถึงความเร็วสูงสุด 130 กม.ต่อชม.

ทำงานได้จริงครับ ผมลองแล้ว ตั้งความเร็วที่ต้องการ จากนั้นก็ปล่อยทุกอย่าง ทั้งพวงมาลัย คันเร่ง เบรก รถจะไปด้วยตัวเอง เลี้ยวเอง ลดความเร็วเองเมื่อพบรถขวางหน้า และเร่งเองเมื่อไม่มีสิ่งกีดขวาง เร่งไปจนถึงความเร็วที่ตั้งไว้

และเพื่อป้องกันความผิดพลาด และทำให้รู้ว่าผู้ขับยังมีสมาธิ จะมีระบบเตือนเป็นระยะประมาณทุก 10 วินาที ผู้ขับก็แค่ยกมือแตะที่ด้านใต้พวงมาลัยเท่านั้น

เอส 90 ยังติดตั้งออปชั่นอีกมากมาย ทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย หรือว่าความบันเทิง เช่น ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ซึ่งจอดได้ทั้งแบบขนานและเข้าซอง ระบบไฟหน้า แอ็กทีฟ ไฮบีม ซึ่งหลอดแอลอีดีทุกดวงทำงานเป็นอิสระ เช่น ไม่ส่องไปที่รถคันหน้า แต่ส่องไปที่ผิวถนนทั้งด้านหลัง และด้านข้างของรถคันนั้น ไฟหน้าเลี้ยวตามการหมุนของพวงมาลัยได้ 30 องศา

ติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณสั่งการและสื่อสารผ่านดาวเทียมที่เรียกว่าเซนซัส คอนเนค ระบบคลีนโซนที่กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เข้ามาในรถออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นต้น

ค่าเงินบาทแข็งค่า ลุ้นเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทประจำวันที่ 15 มี.ค.2560 ระบุว่าค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 35.28/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากการปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14 มี.ค.) ที่ระดับ 35.30/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เก็งเฟดว่าขึ้นดอกเบี้ยไหม ถ้าตามคาด ขึ้น 0.25 ถ้าไม่ขึ้น บาทแข็ง

ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ เพราะนักลงทุนยังจับตามองผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าการประชุมในวันนี้ ถ้ามีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ค่าเงินบาทน่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวรุนแรง แต่ถ้าเฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

ธนาคารกรุงเทพให้กรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทระหว่างวันไว้ที่35.25-35.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนักลงทุนจับตามองผลการประชุมของเฟด ในขณะที่ผลการเลือกตั้งหลายประเทศในยุโรปยังไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินในระยะสั้น

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

‘ไอซ์-ปรีชญา’ โสดแล้วเซ็กซี่ได้

ซัมเมอร์ร้อนระอุ! สาว ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร สลัดลุคเดิมๆ โชว์ความเซ็กซี่เบาๆ แต่เผ็ดแซ่บให้กับนิตยสาร MiX กระแสตอบรับก็ปังมาก หรือจะเป็นเพราะโสดแล้วเลยกล้าโชว์เซ็กซี่เรียกน้ำจิ้มๆได้ขนาดนี้

ไอซ์ เปิดใจว่า

“ไม่เลยค่ะ ที่ไอซ์รับแฟชั่นเป็นเพราะถูกใจกับคอนเซปต์ของนิตยสารมากกว่า คนใกล้ตัวที่ได้เห็นภาพในแล้ว ทุกคนบอกคำเดียวกันเลยว่า แซ่บมากกกก แล้วเค้าก็ชอบกันนะคะ ไม่เคยเห็นไอซ์ลุคนี้เลยไม่คิดว่าเราจะเซ็กซี่กับเค้าได้ นึกว่าจะมาสายฮาๆ สดใสๆ ได้อย่างเดียว มีคนบอกว่า เซ็กซี่แบบดูแพง ก็น่าจะแพงนะคะ ใส่ชุดราตรีใส่เพชรลงน้ำขนาดนั้น (หัวเราะ)”

โสดหรือเปล่าถึงกล้าถ่ายเซ็กซี่ๆแบบนี้

“โสดรึเปล่า? ทำให้เรากล้าปรับเปลี่ยน ตัวเองมาในลุคเซ็กซี่ จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับโสดเลยค่ะ ที่ไอซ์รับถ่ายโดยเลือกจากคอนเซปต์ของภาพเซ็ตนี้ อย่างที่บอกเพราะไอซ์ก็ถ่าย แบบมาเยอะ ถ้าจะต้องถ่าย แบบอีก ก็อยากให้แตกต่างจากที่เคยถ่ายๆมา เป็นอีกมุมมอง หรืออีกสไตล์ที่คนยังไม่เคยเห็น แฟนๆจะได้ไม่เบื่อกัน (หัวเราะ) จริงๆแล้ว เรฟเฟอเรนซ์จะเป็น ไฮแฟชั่น แต่ด้วยองค์ประกอบของสไตลิสต์ เสื้อผ้าหน้าผม มุมภาพ สถานที่ เลยทำให้ภาพออกมาดูเซ็กซี่ ไอซ์ต้องยกเครดิตให้หนังสือ, สไตลิสต์, ช่างแต่งหน้า และก็ทีมงานทุกคนเลยที่ทำให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์”

ความรักเป็นยังไงบ้าง

“กับความรักของไอซ์ก็ปกติดีนะ (ยิ้ม) หัวใจยังแข็งแรงอยู่ สำหรับไอซ์ความรักทำให้มีความสุขในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่ความรักแบบหนุ่มสาว นะ ความรักกับเพื่อน กับคุณพ่อ คุณแม่ ไอซ์เชื่อว่าทุกคนอยู่ได้ด้วยความรักและยิ่งโตขึ้นเราก็ไม่ได้มีสเปกตายตัวแล้วว่าชอบคนแบบไหน แต่ถ้าเลือกได้ก็ชอบหนุ่มตี๋นะ (หัวเราะ) แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราอยู่กับใครก็ตาม เราก็ต้องเข้าใจคนนั้น ต้องเรียนรู้กันมากกว่า”.

ภาพโดย : MIX
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

‘แองเจลินา โจลี’ ตื่นเต้น เป็นอาจารย์มหาลัย

แองเจลินา โจลี ตื่นเต้น เลคเชอร์นักศึกษาครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยในลอนดอน

เมื่อวันอังคาร (14 มี.ค. 2560) ที่ผ่านมา นักแสดงสาวจาก ‘Maleficient’ ได้เดินทางไปที่ Centre for Women, Peace and Security เพื่อพูดคุยกับนักศึกษาเรื่องงานและประสบการณ์ของเธอที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Preventing Sexual Violence Initiative ซึ่งเป็นโครงการปกป้องผู้หญิงจากความรุนแรงทางเพศ

แองเจลินาบอกกับหนังสือพิมพ์ Evening Standcard ว่า “ฉันตื่นเต้นเล็กน้อยค่ะ รู้สึกประหม่า ฉันหวังว่าฉันจะทำได้ดีนะคะ สิ่งนี้สำคัญกับฉันมากค่ะ”

โฆษกจากมหาวิทยาลัย London School of Economics กล่าวว่า “แองเจลินา โจลีพูดคุยกับนักศึกษากลุ่มปริญญาโทที่เรียนวิชา ‘Women, Peace and Security’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทเธอในฐานะศาสตราจารย์รับเชิญของ Centre for Women, Peace and Security”

“คุณโจลีพูดคุยถึงประสบการณ์ของเธอและสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้เธอทำงานให้กับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในฐานะทูตพิเศษ และผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Preventing Sexual Violence Initiative และตอบคำถามจากคลาสเรียน”

แองเจลินาจะเป็นศาสตราจารย์รับเชิญให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังในลอนดอนเป็นระยะเวลาหนึ่งปี ซึ่งเธอจะเริ่มงานอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีการศึกษา 2560 โดยเธอจะทำงานร่วมกับนายวิลเลียม เฮก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ

ดราม่าข้ามประเทศ!! นายกเทศมนตรีอินโด โพสต์แซว ปันปัน!

กลายเป็นดราม่าข้ามประเทศ สำหรับดาราสาว ปันปัน สุทัตตา โดยเจ้าตัวเพิ่งจะตกเป็นข่าวใหญ่ที่ประเทศอินโดนีเซีย จากกรณีที่ นายริดวาน คามิล นายกเทศมนตรีเมืองบันดุงของอินโดนีเซีย ได้นำรูปของสาวปันปันที่ถือแผ่นกระดาษเขียนข้อความว่า “ฉันรักบันดุง” จากไอจีของไกด์สาว ไปโพสต์ในไอจีของตนพร้อมให้แคปชั่นว่า “หวังว่าเธอคงจะไม่ใช่ผู้ชายนะ” ไม่วายตกเป็นกระแสวิพาษ์วิจารณ์ในโซเชียลในทันที

ซึ่งหลังจากตกเป็นกระแส ทางริดวานเองก็ได้มีการแก้ไขแคปชั่นในไอจีของตนโดยระบุว่า “หลังได้รับเสียงชื่นชมจากดาราดังของไทย ผมขอขอบคุณ @punpun_sutatta (ผมต้องขออภัยสำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้ ที่อาจถูกนำไปตีความต่าง ๆ นานา)” แล้วนั่นเอง

ขอบคุณ ภาพจากไอจี @punpun_sutatta, @andrie_by.a, @ridwankamil

“วัน อยู่บำรุง” แจงน้องซูกัส โพสต์ทวงเงิน1.2ล้าน

“วัน อยู่บำรุง” แจงน้องซูกัส โพสต์ทวงเงิน1.2ล้าน เจอลูกน้องอ้างชื่อทำเข้าใจผิด ไม่ติดใจดำเนินคดี

“วัน อยู่บำรุง” แจงน้องซูกัส โพสต์ทวงเงิน1.2ล้าน เจอลูกน้องแอบอ้างชื่อทำให้เข้าใจผิด ไม่ติดใจดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายวัน อยู่บำรุง บุตรชายของร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองชื่อดัง ได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีสาววัยรุ่นชื่อ “ซูกัส” ร่ำไห้ฟูมฟาย โพสต์คลิปทวงเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท ว่า ส่วนตัวไม่รู้จักกับน้องซูกัส ทราบเพียงว่า เป็นแฟนกับรุ่นน้องที่เรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยด้วยกัน โดยรุ่นน้องคนดังกล่าว อยู่รุ่นห่างจากตนเองไป 2 ปี และเป็นแฟนคลับในเฟซบุ๊ก รวมถึงเคยเจอกันบ้างตามงานของโรงเรียน แต่ไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นอยู่กลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนเองเป็นลูกผู้ชาย ไม่เคยมีพฤติกรรมกลั่นแกล้ง หรือทำร้ายผู้หญิง

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น จึงได้สอบถามไปกับคนใกล้ชิด จึงทราบความว่า มีลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งนำชื่อตนเองไปแอบอ้าง สร้างสถานการณ์บางอย่าง จนทำให้เกิดการเข้าใจผิด ซึ่งตนเองในฐานะเจ้านาย ได้ตำหนิลูกน้องไปแล้ว และจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ลูกน้องแอบอ้างเอง ซึ่งคาดว่า เรื่องจะจบลงภายใน 1 ถึง 2 วันนี้

นายวัน กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่หญิงสาวคนดังกล่าว โพสต์คลิป สร้างความเสียหายให้กับตนเองนั้น ไม่ติดใจดำเนินคดี เพราะถือเป็นเรื่องเข้าใจผิด และไม่จำเป็นต้องโทรไปเคลียร์ปัญหากับรุ่นน้องและแฟนสาว