กิน6มื้อแบบโรนัลโด้ดีจริงหรือ?

14 มีนาคม 2020

ประเด็นเกิดขึ้น หลังมีผลการศึกษาในวารสารทางการแพทย์อังกฤษชื่อ The British Medical Journal ปี 2544 รายงานว่า กลุ่มคนกินอาหารวันละ 6 มื้อ (มื้อเล็ก) มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดต่ำกว่ากลุ่มคนกินอาหารแบบมีมื้อหลักวันละ 1-2 มื้อ

ต่อมา เมื่อผู้คนได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็มีการทดลองทำตามวิธีนี้ดู และพบว่า เว็บไซต์สุขภาพหลายที่ รีวิวไว้ว่า ‘วิธีนี้ได้ผล’ โดยกลายเป็นหนึ่งสูตรลดหุ่น (Diet Plan) ยอดฮิต สำหรับทั้งนักกีฬา, คนปั้นกล้าม และคนที่ต้องการดูแลสุขภาพทั้งหลาย

ประโยชน์หลักของการแบ่งอาหารเป็น 6 มื้อ (หรือหลายมื้อ) มีการให้ข้อมูลว่า สามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้เป็นระยะ ช่วยให้ไม่มีพลังงานเก็บสะสมเป็นส่วนเกิน เพราะกินเท่าที่ใช้พลังงานในช่วงเวลานั้น และไม่หนักมื้อหลักในตอนเที่ยง-เย็น

โดยในฝั่งที่มีความเชื่อนี้ มีการอ้างอิงไว้ว่า การกินอาหารแบบ 6 มื้อนั้น ยังมีผลต่อการรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือดด้วย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งไม่เห็นด้วย ก็มีการศึกษามาแล้วเหมือนกันว่า การแบ่งมื้ออาหาร ไม่ทำให้มีผลอะไร หรือแตกต่างไป 

เช่น จากชิ้นงานกรณีศึกษาใน ScienceDirect พบว่า การกินอาหาร 3 มื้อ ก็ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด

‘ดร.เคลลี่แยน’ ผู้เขียนหนังสือ Clean and Reset ให้ข้อมูลว่า มีผลการศึกษาอีกหลายชิ้นที่มากพอกับอีกฝั่ง พบว่า ไม่มีผล ไม่มีทฤษฎีไหนบ่งชี้ว่า การกินอาหารมื้อย่อย ช่วยกระตุ้นการทำงานของเมตาบอลิซึ่ม (ที่ช่วยการเผาผลาญ) ได้ต่อเนื่อง

ตรงกับงานวิจัยจากในศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่พบว่า ถ้ากินอาหารมีแคลอรี 500 แคลอรี 3 มื้อ ก็มีการปริมาณความร้อนในการเผาผลาญ เท่าการกินอาหาร 250 แคลอรี ทั้ง 6 มื้อ เรียกว่า ไม่ได้เร็ว แรงขึ้นแต่อย่างใด

แต่ยังไงก็ตาม การแบ่งมื้ออาหาร ถือว่า เป็นสูตรประจำของนักกีฬา ซึ่งต้องใช้พลังงานสูง ทำให้ต้องซอยเป็นมื้อย่อยอีก

เพื่อไม่ให้ในท้องแน่นไป หรือใช้งานระบบเผาผลาญหนักเกิน ก่อนถึงเวลาลงเล่น หรือฝึกซ้อม ตามความเชื่อของพวกเขา อย่าง โรนัลโด้ เขาจะแบ่งเป็นเช้า 1 มื้อ / เที่ยง 2 มื้อ/ อาหารว่าง 1 มื้อ / เย็น 2 มื้อ โดยเน้นโปรตีน, คาร์ป กับเมนูไขมันต่ำ

*เมนูทั้ง 6 มื้อของ โรนัลโด้

  1. เช้า = ชีส / แฮม / โยเกิร์ตไขมันต่ำ
  2. เที่ยง – ยก 1 = ไก่ / สลัด
  3. เที่ยง – ยก 2  = ทูน่า / มะกอก / ไข่ / มะเขือเทศ
  4. อาหารว่าง = ผลไม้สด / ขนมปังปิ้งหน้าอะโวคาโด
  5. เย็น – ยก 1 = ปลากระโทงดาบสด / สลัด
  6. เย็น – ยก 2 = สเต็ก / ปลาหมึกชุบแป้งทอด

ส่วนคนทั่วไป ถ้าอยากลอง ก็สามารถทำได้ (หลายเว็บไซต์ให้ข้อมูลว่า ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าจะแบ่งมื้ออาหาร เป็น 6 มื้อต่อวัน) แต่ความยุ่งยากคือ คุณต้องลดแคลอรีลงมื้อละ 50-60% และแน่นอน คุณต้องคำนวณเองว่า คุณใช้พลังรวมกี่แคลอรี/วัน? 

ยังไม่รวมการบริหารจัดการเมนูอาหารทั้ง 6 แต่ในแต่ละวันอันยุ่งเหยิง (รึเปล่า?) ของคุณ ว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหนกัน ซึ่งเอาเป็นว่า สะดวกแบบไหน ก็จัดแบบนั้น หรือลองดูก่อนได้ ว่าที่จริงแล้ว ร่างกายของคุณเหมาะกับการกินกี่มื้อกันแน่?